5 ขั้นสร้าง "เงินออมก้อนแรก" ฉบับมนุษย์เงินเดือน




เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รู้จักกับการลงทุนในตลาดหุ้น และเราคงได้ยินคำพูดที่ว่ามีคนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนแค่ 20% ที่เหลืออีก 80% ล้มเหลว  


แต่ถ้าเราดูจำนวนรายลูกค้าที่เปิดบัญชีหุ้น ตัวเลขเพิ่มทุกปีจากราวๆ 9.8 แสนคนในปี57 เพิ่มเป็น 1.7 ล้านคนในปี62 โดยมีคนเปิดพอร์ตหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คนต่อเดือน แสดงว่าก็ยังมีคนใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามาในวงการนี้อยู่ตลอด

คำถามคือผู้คนเข้ามาลงทุนในหุ้นเพื่ออะไร? แน่นอนคงไม่มีใครเข้ามาเพื่อจะเสียเงิน…แต่เกมนี้จะต้องมีคนหนึ่งได้ และคนหนึ่งเสีย แล้วคุณคือส่วนของ 20% หรือส่วนของ 80%...!?   


จริงๆ แล้วเกมการลงทุนหุ้นที่ทำให้คุณเจ็บตัวน้อย “มันมีอยู่” แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ทุ่มเทเวลาศึกษาอย่างจริงจัง หรือไม่ก็สนใจแต่เทคนิคการเทรดหุ้นแบบเจ๋งๆ เพื่อให้พอร์ตโตเร็วๆ  จนมองข้ามวิธีการลงทุนง่ายๆ อย่าง “การออมหุ้น” ไปหรือเปล่า?


มันเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการลงทุน ที่ช่วยให้คุณมี “เงินออมก้อนแรกจากหุ้น” ในแบบฉบับที่คุณ เจ็บตัวน้อยที่สุด แถมยังเป็นการสร้าง passive income ให้คุณอีกทาง…รู้งี้แล้วคุณจะรออยู่ทำไมล่ะ !    


#1.เริ่มต้นตรวจเช็คสุขภาพทางการเงิน ทำทันที

เริ่มต้นตรวจเช็คสุขภาพทางการเงิน ทำทันที

 

มนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ คนหนึ่ง อาจไม่ใช่เป้าหมายแรกของที่ปรึกษาทางการเงิน ที่จะมาแนะนำวิธีการบริหารเงินทอง เต็มที่เขาก็อาจแวะหาคุณให้ช่วยลองทำแบบสอบถามด้านการเงิน เพื่อฝึกวิทยายุทธ์ เก็บชั่วโมงบิน ก่อนจะไปลุยเคสที่ใหญ่ขึ้น


แต่นี่มันยุคฟินเทค (FinTech) ที่คนทำงานกินเงินเดือน รายย่อยทั่วไป สามารถพึ่งพาแอปพลิเคชัน (Application) การเงินเพื่อวางแผน  วิเคราะห์ทรัพย์สิน หนี้สิน รายรับ รายจ่าย พร้อมคำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณได้ในไม่กี่นาที จากความฉลาดของ App ทั้งหลายที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือ


คุณต้อง ททท.หรือ ทำทันที จะได้ทราบว่า เวลาที่เหลือไปจนถึงวันที่คาดว่าจะทำงานไม่ไหวแล้ว กับจำนวนเงินที่ต้องออม ต้องลงทุนมันมากสักเท่าไหร่ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้น


#2.ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะลงทุนออม หุ้นปันผล

ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะลงทุนออม หุ้นปันผล

 

หลังวิเคราะห์สุขภาพทางการเงินแล้ว คุณต้องตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะ “เริ่มต้น” ลงทุนใน หุ้นปันผล นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเลือกลงทุนในบริษัทที่มี นโยบายจ่ายเงินปันผลในระดับสูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้สนใจที่ “การเคลื่อนไหวของราคา” ซึ่งปกติแล้วบริษัทต่างๆ จะจ่ายปันผลปีละ 1-2 ครั้งขึ้นอยู่กับนโยบาย โดยจะจ่ายจากกำไรสุทธิของงบเฉพาะกิจการ


เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ที่จะลงทุนออม หุ้นปันผล เงื่อนไขที่สำคัญคือ “การซื้อตัวนั้นอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ เดือน” โดยไม่ได้สนใจการขึ้นลงของราคาในกระดาน เพราะเราจะสนใจที่ “เงินปันผล” ไม่ใช่ “ส่วนต่างราคา”


เนื่องจากการตัดสินใจครั้งนี้ มันคือ แผนการออมในระยะยาว..นั่นหมายความว่าจิตใจต้องนิ่งพอที่จะทำได้แค่เพียงมองดูกำไร หรือขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น!


#3.เลือกซื้อเฉพาะ หุ้นปันผล สูง และพื้นฐานดีเท่านั้น

เลือกซื้อเฉพาะ หุ้นปันผล สูง และพื้นฐานดีเท่านั้น

 

โดยทั่วไปบริษัทที่มักจ่ายปันผลสูง จะเป็นบริษัทเก่าแก่ ก่อตั้งมานาน ธุรกิจอยู่ตัว กำไรเติบโตสม่ำเสมอแม้ไม่ได้มีการลงทุนเพิ่มก็ตาม ทำให้ไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างการเติบโตเหมือนช่วงแรกของการก่อตั้งที่ต้องใช้เงินจำนวนมากหมดไปกับเรื่องการลงทุน ส่วนการตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในรูปของปันผลแทบจะไม่มี

แต่การคัดเลือกหุ้น คงไม่ใช่เพียงแค่การดูบริษัทที่จ่ายปันผลดีเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาแนวโน้มธุรกิจประกอบด้วย ไม่เช่นนั้นเราอาจจะเลือกหุ้นผิดตัวเพราะมัวติดกับดักปันผลสูง แต่ธุรกิจกลับเป็นแนวโน้มขาลงและใกล้เจ๊งแล้ว หากเจอแบบนี้ผลขาดทุนจากราคาหุ้นที่ปรับลง จากสภาวะธุรกิจที่ร่อแร่ อาจจะมากกว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่เราได้รับ แบบนี้คงไม่เวิร์คแน่ๆ  


บริษัทในตลาดหุ้นไทยที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี แถมมีสภาพคล่องสูงและเป็นหุ้นตัวใหญ่ จะรวมตัวกันอยู่ในดัชนี SETHD มีทั้งหมด 30 ตัว คุณสามารถเข้าไปเลือกดูได้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำการทบทวนรายชื่อปีละ 2 ครั้งในเดือนมิถุนายน กับ เดือนธันวาคม   


#4.คำนวณอัตราผลตอบแทนเงินปันผล เพื่อดูความสม่ำเสมอ  

คำนวณอัตราผลตอบแทนเงินปันผล เพื่อดูความสม่ำเสมอ

 

หุ้นบางตัวจ่ายปันผลเป็นตัวเงินอาจจะดูสูง แต่จริงๆ แล้วเราต้องดูที่เปอร์เซ็นต์การจ่าย จะสะท้อนผลตอบแทนได้ดีกว่า สามารถคำนวณอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ได้เอง โดยใช้ตัวเลขการจ่ายปันผลย้อนหลังไปสัก 3-5 ปีเพื่อดูความต่อเนื่องในการจ่ายเงินปันผลของบริษัท


ยีลด์น่าจะสัก 3-4% ก็น่าสนใจแล้วยิ่งให้ผลตอบแทน 5% ก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเพราะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ทั้งแบบออมทรัพย์และฝากประจำ และยังสูงกว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ SET ย้อนหลัง 4 ปี (58-61) ซึ่งอยู่ที่ 3.36%,3.04% ,2.7% และ 3.22% ตามลำดับ


สูตรการคำนวณ Dividend Yield ทำได้ง่ายๆ เพียงนำ เงินปันผลต่อหุ้น/ราคาหุ้น*100  ยกตัวอย่าง เช่น หุ้น TISCO จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 7 บาท ราคาหุ้น ณ วันที่คำนวณ 90 บาท จะคำนวณจะได้ ดังนี้   


7/90* 100 = 7.77%
เท่ากับว่า TISCO ให้ยีลด์ 7.77% เป็นต้น   


ข่าวดีก็คือว่า เดี๋ยวนี้คุณแทบจะไม่ต้องมานั่งคำนวณเอง เพราะมีโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นเป็นผู้ช่วย อย่างของ efin ที่ชื่อ #efinStockPickUp คุณอยากได้ยีลด์เท่าไหร่ลองใส่ตัวเลขลงไป โปรแกรมจะสแกนมาให้ทันที หรือถ้าเปิด บัญชีออมหุ้น กับบริษัทหลักทรัพย์แต่ละค่ายเขาจะคัดหุ้นที่ให้ปันผลดีมาให้อยู่แล้ว คุณก็เข้าไปเลือกดูได้เลยแบบสำเร็จรูป  


#5.นำเงินปันผลที่ได้ลงทุนซ้ำใน หุ้นปันผล ตัวเดิม

นำเงินปันผลที่ได้ลงทุนซ้ำใน หุ้นปันผล ตัวเดิม

 

คุณสามารถขยายพอร์ตการลงทุนให้โตขึ้นได้ ในช่วงเวลาที่ยังมีแรงทำงานอย่าเพิ่งรีบนำเงินปันผลออกมาใช้ แต่ให้เปลี่ยนเป็น ซื้อหุ้นปันผล ตัวเดิมเพิ่มอีกจากเงินปันผลที่คุณได้ในแต่ละปี ลองทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อได้รับเงินปันผลที่โอนเข้ามาในบัญชีธนาคาร เก็บสะสมหุ้นตัวเดิมที่คุณคัดมาดีแล้วไปเรื่อยๆ จนพอร์ตโต


หากคุณมีวินัยและออมได้นานพอ มันจะไม่ใช่แค่เงินออมในหุ้นก้อนแรกที่คุณจะมีได้ แต่เป็นการสร้าง passive income ให้คุณได้อนาคต!


โปรเจกต์นี้จะเกิดขึ้นได้คุณต้องย้อนไปอ่านที่ข้อ 1 ใหม่ กลับไปเริ่มต้นที่พื้นฐาน ตรวจสุขภาพการเงิน วิเคราะห์รายรับ รายจ่าย ทรัพย์สิน หนี้สิน คำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ เริ่มต้นก่อนรวยก่อน สามารถใช้แอปพลิเคชัน “Lumpsum” (ล่ำซำ) เป็นผู้ช่วยได้ เพราะใช้งานง่าย เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนทุกคน บริการดีๆ จาก efin.

 

เปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการวางแผนชีวิตด้วยตัวคุณเองแบบครบวงจรกับแอบพลิเคชัน “Lumpsum” ผู้ช่วยในการวางแผนทางการเงินจาก efin ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ฟรี

ในระบบ Android และในระบบ IOS 


13 มิถุนายน 2562

บทความแนะนำล่าสุด