ไม่มีรายการ

ดอกเบี้ย MLR MOR MRR คืออะไร?

26 มิถุนายน 2563


เวลาไปขอกู้เงินแบงก์ คงได้ยินคำนี้มาเป็นแน่ โดยเฉพาะเวลากู้ซื้อบ้าน บางทีฟังพนักงานแบงก์อธิบายจนมึน ดอกเท่านั้น ดอกเท่านี้เท่านี้ค่ะพี่ ผ่อนเท่านั้น เดือนละเท่านี้ ฟิกซ์ 3 ปีที่เหลือแบบโฟล๊ท!

หึม!? มาอีกละ ฟิกซ์ๆ โฟล๊ทๆ...เฉลี่ยแล้ว เท่านี้ค่ะพี่ขา บลา ๆ ๆ

ศัพท์แสงก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก แหม่...นี่ (ฉัน) เพิ่งจะมีหนี้ก้อนโตครั้งแรก ใจเย็นเย๊นนนน...ฮ่วย!

แต่เขาก็อธิบายไปเรื่อย จะถามเยอะบางทีก็เกรงใจ และนี่แหละ เขาอาจคิดไปได้ว่า ลูกค้าคงจะเข้าใจมั๊ง!

วันนี้เรามาดูกันว่าไอ้ฟิกซ์ๆ โฟล๊ทๆ ที่พนักงานแบงก์บอกและพยายามอธิบาย มันหมายถึง “ดอก” แบบไหน ยังไง

 

ก่อนอื่นมาเข้าใจชื่อของดอกเบี้ยทั้ง 3 แบบ คือ MLR / MOR / MRR

MLR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี

MOR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยประเภทเบิกเกินบัญชีที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี

MRR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี

ส่วนใหญ่พวกเราก็จะได้รับดอกเบี้ยแบบ MRR เพราะเราคือรายย่อยและเป็นรายย่อย “ชั้นดี” (จงภูมิใจ ฮ่าๆ)

 

อ้าว แล้ว MRR มีค่าเท่าไหร่? เราก็ถามพนักงานได้เลยหรือที่หน้าเว็บไซต์ก็มีแต่ละแบงก์จะประกาศไว้ ซึ่งดอกเบี้ย MLR, MOR, MRR จะไม่ได้นิ่งตลอดไป

แต่จะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดการเงินในช่วงนั้นๆ

ทีนี้ย้อนกลับมาที่คำว่า “ฟิกซ์ๆ โฟลทๆ” ที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้น มันเป็นคำพูดสั้นๆ แต่ชื่อเต็มของ “ฟิกซ์” หมายถึง ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed rate) ส่วน “โฟล๊ท” หมายถึงดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating rate) ยกตัวอย่าง เช่น

กรณีดอกฟิกซ์ : เราก็จะได้ยินพนักงานพูดว่า “ดอกเบี้ยฟิกซ์ 2.5% ใน 3 ปีแรกนะคะพี่” นั่นแปลว่าไม่ว่าระหว่างปีดอกเบี้ยจะเป็นเท่าไหร่ เขาก็จะคิดเราในอัตรา 2.5% ต่อปี

(ถ้าแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ต่อให้ขึ้นไปเท่าไหร่เราก็จะถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราคงที่ 2.5% ใน 3 ปีแรก ซึ่งแปลว่าดีกับเรา)

กรณีดอกโฟล๊ท : เราก็จะได้ยินพนักงานพูดว่า “ปีที่ 4 เป็นต้นไปจะเป็นแบบลอยตัวที่ MRR -2%” ทีนี้เราคิดได้ง่ายๆ เลยว่า MRR ของธนาคาร ณ ตอนนั้นเท่าไหร่

เช่น MRR = 6% ถ้า MRR -2% ก็แทนค่าเป็น 6-2 = 4 นั่นแปลว่า ดอกเบี้ยคือ 4% นั่นเองค่ะ

แต่ที่แน่ๆ ใครกู้บ้าน โดยทั่วไปเขาจะให้ดอกเบี้ยฟิกซ์แค่ 3 ปี แต่หลังจากนั้นจะต้องเจอกับดอกโฟล๊ท ซึ่งแปลว่าเราต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ไม่แน่นอน

เพราะมันจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดการเงินในช่วงนั้นๆ ยิ่งเป็นช่วงแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น อ่วมเลยค่ะ!

อย่าลืมว่าเวลาที่เราจ่ายเงินต้นเข้าไป มันจะไปตัดดอกเบี้ยก่อน เหลือเท่าไหร่ก็ค่อยไปตัดเงินต้น

ดังนั้น หลังหมดโปร 3 ปีแรกจากนั้นส่วนใหญ่ดอกมักจะสูงขึ้น ให้รีบจัดการรีไฟแนนซ์แต่โดยไวค่ะ

 

ค้นหาโปรโมชั่น "รีไฟแนนซ์บ้าน" 

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ