ไม่มีรายการ

ไม่อยากเป็นหนี้ต้องอ่านก่อนเซ็น "ค้ำประกัน"

08 ตุลาคม 2564


ถ้าไม่อยากเป็นหนี้จนต้องเครียด ก่อนจะค้ำประกันให้ใคร ต้องอ่านให้ดีก่อน "อย่าเพิ่งเซ็นค้ำประกันมั่วซั่วโดยไม่อ่านรายละเอียด ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นหนี้หัวโตได้

"ผู้ค้ำประกัน" ถือเป็นลูกหนี้ลำดับที่ 2 ต่อจากผู้กู้

ซึ่งหากไม่อ่านสัญญาให้ละเอียดรอบคอบ หลับหูหลับตาเซ็น

เมื่อลูกหนี้ลำดับที่ 1 ผิดนัดชำระ ผู้ค้ำประกันอาจจะถูกฟ้องบังคับคดีให้ชดใช้หนี้แทนทั้งหมดได้



จึงอยากทบทวนกันอีกครั้งว่าก่อนเซ็นค้ำประกัน ต้องดูอะไรบ้าง?

1. ดูรายละเอียดสัญญาให้แน่ชัดว่าผู้กู้มีทรัพย์สินหรือเงินซึ่งสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่

2. สัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นหนังสือ และลงลายมือชื่อของคู่สัญญา

3. ห้ามเซ็นสัญญาที่เขียนว่า “ให้ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับลูกหนี้”

4. ต้องมีเงื่อนไขหากเจ้าหนี้ลดหนี้ให้ลูกหนี้เท่าไร ความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันก็ลดลงเท่านั้นเช่นกัน

5. "หากข้อตกลงในสัญญาเป็นภาระให้กับผู้ค้ำประกันเกินสมควร ข้อตกลงนั้นจะเป็นโมฆะ" อันนี้ต้องมีในสัญญา

6. ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดชอบ เมื่อยื่นขอชำระหนี้ตามกำหนดเวลา แต่เจ้าหนี้ปฏิเสธไม่ยอมรับการชำระหนี้นั้น

7. ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดชอบ หากเจ้าหนี้ยอมขยายเวลาผ่อนหนี้แก่ลูกหนี้

8. ผู้ค้ำประกันไม่ต้องชำระดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน ค่าทวงถาม หากเจ้าหนี้ไม่แจ้งเป็นหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ ภายใน 60 วัน นับแต่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้

9. หลังชำระหนี้แทนลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันมีสิทธิฟ้องลูกหนี้ตามวงเงินที่ชำระแทน พร้อมดอกเบี้ย และค่าเสียหายอื่นๆ

10. เจ้าหนี้ต้องเรียกร้องจากลูกหนี้ให้ถึงที่สุดก่อน จึงสามารถเรียกร้องจากผู้ค้ำประกันได้

 

ใครก็ตามที่ถูกร้องขอหรือวานให้ไปเป็นผู้ค้ำประกัน ก่อนเซ็นต้องอ่านโดยละเอียด ควรมีข้อความสัญญาหรือเงื่อนไขแบบข้างต้น เพราะมิเช่นนั้น เราอาจจะเสียเปรียบและกลายเป็นลูกหนี้แทนได้ คล้ายภาษิตที่ว่า "เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ยังเอากระดูกมาแขวนคออีก"

อ้อ...ช่วงหลังกลุ่มมิจฉาชีพเล่นกันเนียนหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการส่งข้อความหาเหยื่อ โดยบอกว่าเหยื่อเป็นผู้ค้ำประกัน และลูกหนี้ไม่ชำระเงินกู้ตามสัญญา จึงมาตามทวงกับผู้ค้ำประกัน ซึ่งมีเหยื่อหลายรายตกใจ เคลิ้มตาม และเสียหายกันไปหลายราย ทั้งที่ไม่เคยค้ำประกันอะไรเลย

ถ้าเจอแบบนี้ไม่ต้องไปสนใจเลยนะครับ บล็อกไปเลย เพราะการค้ำประกันต้องมีสัญญาและลายลักษณ์อักษร มากล่าวหากันลอย ๆ ไม่ได้

สุดท้ายมันคือความรู้กับความไม่รู้นั่นแหละ โอเคหากท่านอ่านมาถึงตรงนี้ ก็ควรจะมีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้วล่ะ ฝากบอกต่อด้วยนะครับ "อย่าเพิ่งเซ็นค้ำประกันมั่วซั่วโดยไม่อ่านรายละเอียด ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นหนี้หัวโตได้"

ด้วยความเป็นห่วง . หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ