ไม่มีรายการ

สรุปแพ็คเกจโควิด-19 มนุษย์เงินเดือน ได้อะไรบ้าง

16 มีนาคม 2563


 

มาตรการออกมาเยอะแยะ แต่อ่านแล้วยัง "งง" ตกลงเราในฐานะมนุษย์เงินเดือนจะได้อะไรบ้างเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาประชาชนเรื่องไวรัสโควิด-19

อ่านข่าวจบ...แล้วไงต่ออ่ะ? มันก็มีคำถาม เหมือนที่หลายๆ คนไปคอมเมนต์ใต้ข่าวตามเฟซบุ๊ก ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมาตรการออกมาแบบเร่งด่วน แล้วรัฐบาลก็ให้แต่ละหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไปออกรายละเอียดเกณฑ์ และเงื่อนไขตามหลังอีกที

ดังนั้น ที่จะได้อ่านจากนี้จึงอยากจะ "สรุป" ออกมาให้ตัวเองและเพื่อนๆ ได้เข้าใจง่ายๆ โดยจะโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ “มนุษย์เงินเดือน” อย่างเราจะได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีอะไรบ้าง เพราะนโยบายที่ออกมาส่งตรงถึงทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

#1. คืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า"

วุ่นวายตั้งแต่ยังไม่เริ่มคืนเงิน เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องนี้ละค่ะ "การคืนเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้า" เท่าที่ประมวลข้อมูลรัฐบาลเคาะแผนคืนเงินค่าประกันให้เราจริง แต่ว่าคืนให้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดมิเตอร์ไฟ เริ่มตั้งแต่ 300 บาท 2,000 บาท 4,000 บาท ไปจนถึง 6,000 บาท

ทำยังไงจะได้เงินคืน และจะเริ่มเมื่อไหร่?

  • ข้อมูลที่ต้องใช้สำหรับลงทะเบียน

1. ชื่อ-นามสกุล เจ้าของหลักประกันการใช้ไฟฟ้า

2. หมายเลขบัตรประชาชน เจ้าของหลักประกันการใช้ไฟฟ้า

3. รหัสบัญชี แสดงในสัญญา (หมายเลข CA)ซึ่งระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้าหรือใบเสร็จรับเงิน หรือ แอปพลิเคชัน MEA Smart life ในฟังก์ชันชำระค่าไฟฟ้า

  • ช่องทางลงทะเบียน

1. ลงทะเบียนออนไลน์ เริ่มตั้งแต่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ที่ www.mea.or.th ตลอด 24 ชั่วโมง

2. ลงทะเบียนทางโทรศัพท์ ที่หมายเลข 02 256 3333 จำนวน 50 คู่สาย ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563-29 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00-15.30 น.ในวันทำการ

3. ลงทะเบียน ณ ที่ทำการของการไฟฟ้านครหลวง 18 เขต ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป เวลา 07.30-15.30 น. ในวันทำการ

* ปล.กรณีผู้ที่ชื่อเจ้าของมิเตอร์ ไม่ตรงกับชื่อผู้ครอบครองมิเตอร์ เช่น ผู้ซื้อบ้าน คอนโดมิเนียมมือ 2, ผู้รับมรดกจากผู้เสียชีวิต ที่ยังไม่โอน หรือไม่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าของใหม่ ในส่วนนี้ต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงรายชื่อก่อน เพื่อป้องกันการฟ้องร้องที่จะตามมา ให้ติดต่อ ณ ที่ทำการ การไฟฟ้านครหลวงทั้ง 18 เขต (ตามข้อ 3)

  • ช่องทางรับเงิน

บัญชีพร้อมเพย์ ธนาคาร และที่เซเว่นอีเลฟเว่น รับเงินคืนตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

#2. ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเหลืออัตรา 1% นาน 3 เดือน

รัฐบาลอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ให้ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเหลืออัตรา 1% เป็นเวลา 3เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม 2563)

แล้วดีกับเราอย่างไร? การหักเงินลดลงจาก 5% เหลือ 1% นั่นหมายความว่า เดิมทีเปิดสลิปเงินเดือนออกมาเงินเดือนเราจะถูกหักไป 750 บาท (5% จากฐานค่าจ้างคิดสูงสุดที่ 15,000 บาท) แต่จากนี้ไปจะถูกหักแค่ 150 บาท (1% จากฐานสูงสุด 15,000 บาท)

เท่ากับเราเหลือเงินเดือนใช้เพิ่มขึ้น 600 บาทนั่นเอง!!

ไม่ต้องกังวลว่าลดเงินนำส่งแล้ว สิทธิประโยชน์เราจะลดลงด้วยหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ค่ะ ทุกอย่างจะยังคงเดิม เช่น หาหมอฟันไม่เกิน 900 บาทต่อปี ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 13,000 บาท เป็นต้น

*ปล.สำหรับเดือนมีนาคม 2563 เราแกะสลิปเงินเดือนออกมา อาจจะพบว่ายังถูกหัก 750 บาทไปเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เข้าใจว่า ทางฝ่ายบุคคลจะยังหักนำส่งตามปกติก่อน จนกว่าจะมีประกาศจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งทาง ครม.เพิ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม มันใกล้ช่วงทำเงินเดือนพอดี

ดังนั้น ใจเย็นๆ นะคะ เดี๋ยวทางบริษัทของท่านก็น่าจะมีวิธีคืนเงินเราในภายหลัง สำหรับงวดเดือนมีนาคมค่ะ

#3. ลูกหนี้ทุกประเภท เจรจาปรับเงื่อนไขกับแบงก์ได้

แบงก์ชาติร่วมมือกับสถาบันการเงินในการความช่วยเหลือกับลูกหนี้ ใครมีหนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ แนะนำให้ติดต่อไปที่สถาบันการเงินที่เราเป็นลูกหนี้ เพื่อสอบถามแนวทางผ่อนปรน เช่น ขอยืดเวลาผ่อนชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ลดดอกเบี้ย

ข้อนี้ดิฉันคงไม่ลงรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละแบงก์ เพราะเยอะมากค่ะ แต่ละที่ก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ซึ่งทางแบงก์ชาติได้รวมของแต่ละสถาบันการเงินไว้ ให้เราเข้าไปอัปเดตกันได้ ใครเป็นลูกหนี้แบงก์ไหนก็ลองติดต่อสอบถามจากทางธนาคาร

*ตรวจสอบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่อัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ค่ะ 

#4. หักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุน SSF ได้อีกไม่เกิน 200,000 บาท

เดิมทีหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ที่รัฐบาลเพิ่งอนุมัติตอนปลายปี 62 (มาแทน LTF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของรายได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 200,000 บาท ลงทุนสินทรัพย์ได้ทุกประเภท ระยะเวลาลงทุน 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ โดยเงินที่ซื้อ SSF เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ปัจจุบันมีให้ซื้อได้ 17 กองทุน (ก.ล.ต.เพิ่งอนุมัติ SSF ไป 17 กองทุน ณ วันที่ 4 มี.ค.63)

แต่มาตรการช่วงโควิด-19 บอกว่า กองทุน SSF ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ผู้ซื้อสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีกไม่เกิน 200,000 บาท โดยแยกจากวงเงินหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนใน SSF กรณีปกติ (ที่เล่าไปข้างต้น) และไม่นับรวมอยู่ในวงของกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ โดยต้องซื้อระหว่างวันที่ 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. 63

ถามว่ามี SSF กองไหนบ้างที่เข้าเงื่อนไขนี้ ฉันจะซื้อได้ที่ บลจ.ไหน? ขณะนี้แต่ละบลจ.กำลังทยอยส่งร่างเอกสารจัดตั้งกองทุน SSF ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ให้ ก.ล.ต.พิจารณา อีกไม่นานคงมีคลอดออกมาให้ได้ซื้อลงทุนกันแน่นอนค่ะ สามารถติดตามข่าวสารได้จาก สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย  ด้วยคำค้นหา “SSF”

#5.เลื่อนชำระภาษีและยื่นแบบบุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.90/91) เป็นไม่เกินเดือน สิงหาคม

ปกติมนุษย์เงินเดือน จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี เริ่มเดือนมกราคม-สิ้นเดือนมีนาคม แต่รัฐบาลโดย กรมสรรพากร ขยายเวลาออกไปอีก 5เดือน จากเดิมสิ้นสุดมีนาคม เป็นสิ้นสุดเดือนสิงหาคมเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการเสีย ให้บุคคลธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ COVID-19 

มาตรการนี้ ก็จะดีสำหรับคนที่จะต้องชำระภาษีเพิ่ม อย่างน้อยก็เหมือนชะลอไว้ก่อนสัก 5 เดือน ที่จะยังมีเงินสดหมุนเวียนในมือไปก่อน แทนที่จะต้องรีบเอาเงินสั่นนั้นมาจ่ายภาษีเงินได้ประจำปี ส่วนใครที่ขอคืนภาษีหรือชอบหลงลืมไม่ขอคืนภาษี ก็ถือซะว่ามีเวลาเพิ่มอีก อย่าลืมไปขอคืนภาษีกันนะคะ จะได้ตังค์มาใช้ไวไวค่ะ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : สอนวิธียื่นภาษีออนไลน์ ง่ายๆ Step-by-Step

#6. ลดค่าไฟฟ้าร้อยละ 3

ลดค่าไฟฟ้า 3% สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เมษายน-มิถุนายนนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณรวม 5,160 ล้านบาท แบ่งเป็นการไฟฟ้านครหลวง คาดใช้งบ 1,600 ล้านบาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคาดใช้งบประมาณ 3,560 ล้านบาท

#7. ลดค่าน้ำร้อยละ 3

ลดค่าน้ำประปาในอัตรา 3% ให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภท เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่รอบการใช้น้ำเดือนเมษายน-มิถุนายนนี้ คาดว่าจะใช้งบประมาณรวม 330 ล้านบาท แบ่งเป็นการประปานครหลวง 130 ล้านบาท การประปาส่วนภูมิภาค 200 ล้านบาท

#8. คืนเงินประกันการใช้น้ำ ให้บ้านที่อยู่อาศัย

คืนเงินประกันการใช้น้ำให้กับผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1 ที่พักอาศัยรวม 5.7 ล้านราย วงเงิน 2,834 ล้านบาท แบ่งเป็นการประปานครหลวง 2 ล้านราย วงเงิน 1,034 ล้านบาท และการประปาส่วนภูมิภาค 3.7 ล้านราย วงเงิน 1,800 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้วางเงินประกันการใช้น้ำ สามารถตรวจสอบสิทธิและแจ้งความประสงค์เพื่อขอคืนเงินประกันผ่านช่องทางต่างๆ

#9. หักลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 บาท

เพิ่มวงเงินลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

*เมื่อรวมกับการหัดลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป

#10. ว่างงานเพราะโควิด-19 รับเงินจาก สปส.ไม่เกิน 50%

นายจ้างไม่ให้ทำงาน กักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19

  • ติดต่อรับเงินกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วัน

หน่วยงานภาครัฐ สั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว

  • ติดต่อรับเงินกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 60 วัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ว่างงานลงทะเบียนด่วน! รับเงินชดเชยจาก สปส.

#11. เลื่อนชำระ-ลดดอกเบี้ยแบบแบบจัดหนักใน "โครงการคลินิกแก้หนี้" เริ่ม เม.ย.นี้

มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจยังไม่รู้จัก "โครงการคลินิกแก้หนี้" โครงการการนี้ คือ หน่วยงานกลางของรัฐที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ โดยจะช่วยเหลือคนที่ไม่ไหวแล้วจริงๆ คือพวกที่เป็นหนี้เน่าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล

สมาชิก :

-เลื่อนงวดชำระ (ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) ออกไปเป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน (เม.ย. - ก.ย. 2563)

-ปรับลดดอกเบี้ยของโครงการลง 2% เป็นระยะเวลา 6 เดือน (เม.ย. - ก.ย. 2563) เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
จ่าย สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ยังจ่ายชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง

สมาชิกของโครงการส่วนใหญ่ ปัจจุบันจ่ายดอกเบี้ยที่ 4-5% แต่ตามมาตรการในครั้งนี้จะช่วยให้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 2% คือเหลือเพียง 2-3%

ไม่เป็นสมาชิก : สมัครเข้ามาที่คลินิกแก้หนี้
ในช่วงนี้ยังมีสิทธิได้รับข้อเสนอลดดอกเบี้ย 2% จากโครงการเช่นเดียวกัน

ที่สรุปมานี้ เป็นมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ที่น่าจะใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือน 8 ชม./วัน อย่างเราๆ หน่อย ช่วงนี้ก็อย่าลืมเกาะติดข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะหากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น รัฐบาลอาจจะต้องออกมาตรการที่เหมาะสมมาช่วยเหลือประชาชนอีก..อย่างน้อยเราจะได้ไม่พลาด หรือเสียสิทธิ์ที่ควรจะได้ค่ะ

<อัปเดต ณ 26 มี.ค. 2563 / เวลา 13.55 น.>

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ