ไม่มีรายการ

วิธีเก็บเงินเมื่อต้อง Work from home

25 มีนาคม 2563


COVID-19 เป็นวิกฤติใหญ่ระดับโลก

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ได้กระจายไปทั่วโลก
แม้อัตราการเสียชีวิตจะไม่สูงมากราว 3 - 4% เมื่อเทียบกับ SARS ที่ 10%

แต่การแพร่ระบาดได้ง่ายกว่า เพราะแม้ผู้ติดเชื้อจะยังไม่มีอาการป่วย เพียงแค่เป็นพาหะกามารถแพร่เชื้อได้แล้ว จึงทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในหลายประเทศ โดยเฉพาะยุโรปทะลุหลักหมื่นไปแล้ว

นั่นทำให้เกิดกระแส Work from home เพื่อป้องกันการติดเชื้อและยับยั้งการแพร่ระบาด

Work from home แม้จะไม่มารถทำได้ทุกคน โดยเฉพาะสายงานบริการ

แต่มนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยก็สามารถทำงานจากที่บ้านได้ อาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ช่วยได้เยอะ

อีกทั้งไม่ต้องฝ่ารถติด แออัดบนขนส่งสาธารณะให้สุขภาพจิตเสีย และช่วยลดความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5

นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง นำมาเป็นเงินเก็บได้อีกด้วย

1. ค่าเดินทาง เมื่อไม่ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่ารถโดยสาร (รถเมล์ รถไฟฟ้า สองแถว วินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น) จะเหลือศูนย์บาท กลายเป็นเงินเก็บเต็ม ๆ

2. ค่ากิน ในวันที่ต้องทำงานที่บ้าน ด้วยสาเหตุโรคระบาด จะทำให้เราไม่อยากออกไปไหน ตุนซื้อของกิน ของใช้ทีละมาก ๆ เมื่อซื้อเยอะราคาก็ย่อมถูกลงไปด้วย บางครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่ ทำอาการกินเอง การซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารเองก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แถมได้อยู่พร้อมหน้าเป็นผลพลอยได้อีกด้วย

3. เงินรางวัลให้ตนเอง การบริหารเงินในแต่ละเดือน โดยปกติเราจะแบ่งเงิน 10% สำหรับเป็นเงินรางวัลให้ตนเอง   "สุขใดไม่เท่า ล้วงกระเป๋าแล้วเจอตังค์"   ในวันที่ต้องอยู่บ้าน เงินก้อนนี้จะกลายเป็นเงินเก็บเต็ม ๆ เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นขาช้อปออนไลน์ อาจจะจ่ายหนักกว่าเดิม 55+

4. ภาษีสังคม การจัดงานต่าง ๆ จะถูกเลื่อนออกไป โดยเฉพาะงานแต่ง มนุษย์เงินเดือนเป็นวัยที่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องแต่งงานบ่อยสุด แต่ละเดือนโดนกันกี่ซอง ตอนนี้งดหมด ได้เก็บเงินเต็ม ๆ

แต่ก็ต้องแลกมากับค่าน้ำ ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นแน่ ๆ เพราะเราอยู่บ้านแทบจะ 24 ชั่วโมง

แต่เชื่อว่าเมื่อเอามาบวกลบกับสิ่งที่ประหยัดไปได้แล้ว เชื่อว่ายอดเป็นบวกแน่นอน

ตัวอย่าง

1. ค่าเดินทาง 2,000 บาท

2. ค่ากินประหยัดได้ 3,000 บาท (สมมติวันละ 100 บาท)

3. ค่ารางวัลให้ตนเอง 3,000 บาท (สมมติเงินเดือน 30000 บาท)

4. ค่าซองอีก 1,000 บาท

รวมกันแล้วตกเดือนละ 9,000 บาท

สมมติปกติจ่ายค่าน้ำค่าไฟเดือนละ 2,000 บาท ให้เพิ่มเท่าตัวก็กลายเป็น 4000 บาท

เท่ากับว่าเรามีเงินเก็บเพิ่มถึงเดือนละ 5,000 บาทแถมได้สุขภาพจิตดีขึ้นจากการไม่ต้องไปผจญรถติด ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ ว่ายังมีส่วนไหนประหยัดเพิ่มได้อีกบ้าง ^^

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ