ไม่มีรายการ

ปั้นเงินร้อยเป็นเงินล้านกับ กองทุนรวม

01 กันยายน 2564


อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย
อย่าคอยวาสนา
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน
3 ข้อความนี้ก็ทรงพลังและทรงคุณค่าเสมอ

 

กับเป้าหมายการเงินก็เช่นกัน
เราไม่ต้องรอให้มีเงินถุงเงินถังแล้วค่อยลงทุน
แต่เราสามารถเริ่มได้เลยจากเงินหลักร้อย
เพราะเงินร้อยก็ปั้นให้เป็นเงินล้านได้

 

จะปั้นเงินร้อยให้เป็นเงินล้านได้อย่างไร แล้ววิธีสร้างเงินล้าน หน้าตามันเป็นยังไง
ไปลุยได้กับ #LUMPSUM กันเลยครับ

 

ภาพ2

 

เก็บเงินวันละร้อย กว่าจะได้เงินล้านต้องใช้เวลาถึง 10,000 วัน (27 ปี 5 เดือน)
แต่ถ้านำเงินเก็บวันละร้อยนี้ ไปลงทุนได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี จะใช้เวลา 4,815 วัน (13 ปี 2เดือน) ก็ได้เงินล้านแล้ว (เร็วขึ้นกว่าเท่าตัว)

 

ทั้ง 2 วิธี ใช้เงินเท่ากันคือวันละ 100 บาท
แต่ทำไมใช้เวลาต่างกัน?

 

“ผลตอบแทน” คือสิ่งที่ทำให้เวลาที่ใช้ในการเก็บเงินล้านของ 2 วิธีข้างต้นต่างกัน
วิธีแรก เก็บเงินหยอดกระปุกเฉย ๆ ผลตอบแทน = 0 ส่วนวิธีที่ 2 ลงทุนต่อได้ผลตอบแทน 10%

 

นั่นคือ เป้าหมายการเงินมี 3 ปัจจัยที่จะทำให้เราสำเร็จ คือ เงินต้น ผลตอบแทน และเวลา

 

ภาพ3

 

เงินต้น ผลตอบแทน และเวลา ใน 3 สิ่งนี้ อะไรสำคัญที่สุด?

 

"เวลา" ทุกคนมีเท่ากัน แต่คนอายุน้อยจะได้เปรียบกว่าในแง่ที่มีเวลาลงทุนมากกว่า มีโอกาสแก้ตัวมากกว่าหากผิดพลาด และมีโอกาสทำกำไรนานกว่าหากถูกทาง

 

"เงินต้น" แน่นอนว่าเงินเยอะย่อมได้เปรียบเงินน้อย แต่ถ้าเงินเยอะกลับเฉื่อย ไม่ลงทุน หรือลงทุนปลอดภัยได้ผลตอบแทนต่ำ ๆ เงินน้อยที่กระตือรือร้น กล้าลงทุนอย่างเข้าใจ ก็ชนะคนเงินเยอะได้นะ

 

"ผลตอบแทน" มีพลังมหาศาลจนถูกขนานนามว่า สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก “ผลตอบแทน” นี่แหละสำคัญที่สุด แต่ก็ยากที่สุดเช่นกัน

 

ภาพ4

 

ผลตอบแทนระดับ 10% ต่อปี ต้องลงทุนอะไร?



การลงทุนใน “หุ้น” คือคำตอบนะครับ สำหรับคำถามต้องลงทุนอะไร ถึงจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนในระดับ 10% ต่อปี



ตามข้อมูลสถิติผลตอบแทนในช่วง 10 ปี (ปี 2554-2563)

      - หุ้นไทย (SET Index) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.94% ต่อปี

      - ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 14.49% ต่อปี

      - ดัชนี MSCI China ที่เป็นตัวแทนตลาดหุ้นจีน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.95% ต่อปี

 

ภาพ5

 

ไม่อยากลงทุนหุ้นเอง ใครช่วยได้บ้าง?



การลงทุน “หุ้น” โดยตรงสำหรับหลายคนก็มีอุปสรรค โดยเฉพาะ 3 ปัญหาหลัก ที่ทำให้ไม่กล้าลงทุน หรือเริ่มลงทุนไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

      1. มีทุนจำกัด ไม่สามารถกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงได้อย่างดีพอ
      2. ไม่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการลงทุน
      3. ไม่มีเวลามากพอที่จะศึกษา ค้นหา และติดตามข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจการลงทุน



“กองทุนรวม” สามารถแก้ 3 ปัญหาหลักนี้ได้ เพราะกองทุนรวมช่วยลดข้อจำกัด

      - อยากซื้อหุ้นหลายตัว แต่มีงบจำกัด
      - ไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัวด้วยตนเอง
      - มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและบริหารจัดการให้
      - ไม่ค่อยมีเวลาติดตามการลงทุน



ที่สำคัญ...หลาย บลจ. ทำให้รายย่อยเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยการขยับเพดานขั้นต่ำเงินที่ต้องใช้ลงทุนเหลือเพียงแค่ 1 บาทเท่านั้น

 

ภาพ6

 

เลือกกองทุนรวมหุ้นแบบไหนดี?



Warren Buffet นำเสนอไอเดียไว้น่าสนใจว่า “ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่สามารถเอาชนะตลาดได้ในระยะยาว” และสิ่งที่เป็นศัตรูของนักลงทุนมากที่สุดก็คือ “ค่าใช้จ่าย” และ “อารมณ์”



อีกทั้งผลงานวิจัยของ Harry Markowitz พบว่า “การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน” เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยสัดส่วนสูงถึง 94% ขณะที่การคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุน และการจับจังหวะตลาด ช่วงสร้างผลตอบแทนสูงเป็นครั้งคราวในระยะสั้น แต่ในระยะยาวไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) จึงเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่าเลือกกองทุนรวมหุ้นแบบไหนดี



กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) เป็นกองทุนรวมที่ใช้กลยุทธ์บริหารการลงทุนในลักษณะเชิงรับ (Passive Management) โดยพยายามให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือล้อไปกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) และการที่ไม่พยายามเอาชนะตลาดเหมือน Active Fund จึงมีความเสี่ยงโดยรวมต่ำกว่า และมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการต่ำกว่า Active Fund อีกด้วย



ดังนั้น กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) จึงเหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมหุ้น และยังเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะการวางแผนเพื่อเกษียณ ด้วยวิธีการลงทุนแบบ DCA อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจาก Index Fund เหมาะกับการลงทุนระยะยาว (10 ปีขึ้นไป) เพราะยิ่งลงทุนนานเท่าไหร่ เวลาก็จะช่วยลดความเสี่ยงลง

 

ภาพ7

 

เก็บเงินวันละ 100 นานแค่ไหนจะครบล้าน?

      - เก็บในเงินฝากออมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน 0.5% ต่อปี ใช้เวลา 25 ปี 8 เดือน
      - ลงทุนในกองทุนรวมผสม ได้ผลตอบแทน 7.5% ต่อปี ใช้เวลา 14 ปี 11 เดือน
      - ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี ใช้เวลา 13 ปี 2 เดือน
จะเห็นว่าใช้เวลามากกว่า 10 ปี



อยากให้ไวขึ้น ใช้เวลาน้อยกว่า 10 ปี ทำได้มั้ย?



ในทางทฤษฎีทำได้ 2 ทาง คือ เพิ่มเงินต้น กับเพิ่มผลตอบแทน หรือจะเพิ่มทั้ง 2 อย่างพร้อมกันยิ่งดี
แต่ในความเป็นจริง การเพิ่มผลตอบทนเป็นเรื่องที่ยากมาก ฉะนั้น การเพิ่มเงินต้นจึงเป็นวิธีการที่ง่ายกว่า



เพิ่มเงินเป็นวันละ 200 บาท!!
      - เก็บในเงินฝากออมทรัพย์ ได้ผลตอบแทน 0.5% ต่อปี ใช้เวลา 13 ปี 3 เดือน
      - ลงทุนในกองทุนรวมผสม ได้ผลตอบแทน 7.5% ต่อปี ใช้เวลา 9 ปี 5 เดือน
      - ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี ใช้เวลา 8 ปี 8 เดือน


จะเห็นว่า หากเพิ่มเงินเป็นวันละ 200 บาท สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมผสมและกองทุนรวมหุ้น จะใช้เวลาน้อยกว่า 10 ปี เพื่อเป้าหมายเงินล้านแรก

 

เห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าเงินร้อยก็สามารถปั้นให้เป็นเงินล้านได้ เพียงแต่ต้องรู้จักลงทุน ไม่จำเป็นต้องให้มีเงินถุงเงินถังก่อนแล้วค่อยลงทุน ยิ่งเริ่มไวยิ่งได้เปรียบ เพราะ “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” จะยิ่งเห็นผลมากยิ่งขึ้น

 

ภาพ8

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ