ไม่มีรายการ

ประนอมหนี้ ลูกหนี้ขออะไรได้บ้าง?

15 พฤษภาคม 2563


เริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหวแล้วอะดิ ดูออก ! ใจเย็น ๆ นะ ตั้งสติแล้วอ่านให้จบ แล้วคุณจะพบกับทางออก ...

 

ผมเชื่อว่าหลายท่านยังไม่รู้

การเป็นหนี้ในระบบทุกประเภท

หากเริ่มจ่ายคืนเขาไม่ไหว

สามารถเจรจาประนอมหนี้ได้นะ !

 

ไม่ต้องรอให้ถูกฟ้องแล้วไปเคลียร์ที่ศาล

ทำได้เลยหากรู้ตัวว่าไม่มีกำลังชำระแล้ว

 

วิธีนี้โคตรแจ่มสำหรับลูกหนี้ที่สภาพคล่องเริ่มแย่

รีบไปคุยกับเจ้าหนี้เลย ก่อนจะเข้าสู่ภาวะผิดชำระ

ซึ่งจะมีความยุ่งยากกว่า และมีเบี้ยปรับต่าง ๆ วุ่นวายเลยล่ะ

เหมือนทำผิดแล้วมอบตัวหรือสารภาพก่อน

โทษหนักย่อมกลายเป็นเบา...

 

การเป็นลูกหนี้สมัยนี้ มีทางเลือกค่อนข้างเยอะ

เพราะสามารถเรียกร้องหรือร้องขอเจ้าหนี้ได้

หากเริ่มไม่โอเคกับสถานภาพที่เป็นอยู่...

เรียกได้ว่าเจ้าหนี้ต้องเกรงใจพอสวมควรเลยล่ะ ^^

 

การประนอมหนี้ ขอได้หลายวิธีเลย ได้แก่

1.ขอปรับ-ลดอัตราดอกเบี้ย

ปัจจุบันใช้กันบ่อยกับการผ่อนบ้าน

โดยเฉพาะหลังผ่อนไปแล้ว 3 ปี

ซึ่งเราสามารถไปขอลดดอกเบี้ยได้

เพื่อให้การผ่อนต่องวดตัดเงินต้นมากขึ้น

หนี้จะได้หมดเร็วขึ้น ....

หรือบัตรเครดิต

สามารถขอให้ปรับการคิดดอกเบี้ยใหม่ได้

เช่นปกติจ่ายแบบขึ้นต่ำ ซึ่งรู้กันว่าโดน 2 เด้ง

แต่หากจ่ายไม่ไหว เงินต้นไม่ลดเลย

สามารถขอเปลี่ยนวิธีการคิดดอกเบี้ยใหม่

อาจจะรวมยอดหนี้คงค้าง

แล้วผ่อนเป็นแบบสินเชื่อบุคคลได้

แต่ต้องถูกยกเลิกสิทธิใช้บัตรทันที

 

2.ขอลดค่างวด/ขยายเวลาชำระหนี้

อันนี้ก็ตรงตัว เช่น ผ่อนบ้านเดือนละ 15,000 บาท

แต่ช่วงนี้โควิด-19 มา งานหาย รายได้หด

ผ่อนอัตราเดิมไม่ได้ละ ไปขอเขาลดได้เลย

เจรจาให้ได้ในจำนวนที่เราไหว

บอกไปเลยหากยังจ่ายเท่าเดิม มีผิดชำระแน่

ซึ่งวิธีนี้จะต้องขอยืดเวลาการผ่อนควบคู่กันไป

ใช้กับการผ่อนรถได้เหมือนกันนะ

หลักการเดียวกัน เพียงแต่รถคิดดอกเบี้ยแบบคงที่

อาจจะต้องมีการคำนวนระยะเวลาการผ่อนใหม่

 

3.ขอให้คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่ไม่ผิดนัด

อันนี้ต้องขอทุกครั้งทุกกรณีเลยนะครับ

เพราะเวลาประนอมหนี้ มันคือการจ่ายหนี้ไม่ไหว

เจ้าหนี้บางรายอาจใช้อัตราดอกเบี้ยแบบผิดนัดกับเรา

ซึ่งต้องเคลียร์ให้ชัดไปเลยว่าขอดอกเบี้ยแบบปกตินะ

แค่นี้เราก็แย่พออยู่แล้ว...

 

4.ขอลดค่าธรรมเนียม-ค่าปรับผิดชำระ

บางรายเงินช็อตไปแล้ว ผิดชำระไปแล้ว 1-2 เดือน

เริ่มมีค่าธรรมเนียมละค่าปรับต่าง ๆ งอกมา

เราขอให้เข้าลดหรือไม่คิดในส่วนนี้ได้นะครับ

 

5.ขอพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยภายในระยะเวลาหนึ่ง

วิธีนี้มีมานานแล้วนะครับ ก่อนโควิด-19 เสียอีก

แต่ไม่ได้มีระยะเวลาตายตัวแบบมาตรการล่าสุด

คือสามารถเจรจาเป็นรายกรณีไป เช่น ตอนนี้มีปัญหา

แต่อีก 4 เดือนจะมีโบนัส หรือเงินพิเศษเข้ามา

โดยต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าจะมีแน่ ๆ นะ

แบบนี้สามารถขอให้เจ้าหนี้พิจารณาได้

 

6.รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ผ่อนชำระแบบก้อนเดียว

อันนี้เหมือนรีไฟแนนซ์หนี้

แต่จะเวิร์คกับกรณีที่มีหนี้หลายแบบกับเจ้าหนี้รายเดียว

เช่น มีหนี้บ้าน, รถ และ บัตรเครดิตกับ แบงก์ A

แต่เริ่มจ่ายไม่ไหวสักทางแล้ว

สามารถขอรวมหนี้เป็นก้อนเดียว

คิดอัตราดอกเบี้ยรูปแบบเดียว

แล้วผ่อนชำระรวมก้อนเดียวทุกหนี้ได้


7.ขอโอนหลักทรัพย์เป็นของธนาคารชั่วคราวและจะซื้อคืน

*** อันนี้ใช้กับหนี้สินเชื่อบ้านเท่านั้น ***

ลักษณะเหมือนการขายฝากแล้วเช่าบ้านตัวเองอยู่

โดยปกติจะคิดค่าเช่าที่ประมาณ 0.4-0.6% ของหลักทรัพย์

เหมาะกับลูกหนี้ที่คาดว่าจะขาดรายได้ในระยะ 1 ปี

วิธีนี้จะช่วยให้จ่ายค่าเช่าที่ต่ำกว่าค่างวดผ่อนในระยะยาวได้

โดยทำสัญญาจะซื้อคืน หากมีศักยภาพเพียงพอเหมือนเดิม

ซึ่งเจ้าหนี้จะขายคืนให้คิดราคาจากยอดหนี้คงเหลือ

 

เห็นไหมว่า ลูกหนี้ยุคใหม่ทางเลือกค่อนข้างเยอะ

ก่อนเป็นหนี้เสีย ก่อนถูกฟ้องร้อง รีบไปเจรจาซะ

เพราะง่ายกว่าเยอะ ไม่ต้องวุ่นวาย และเสียประวัติ

ชิงเคลียร์ก่อนเลย...

"คุณพี่ ตอนนี้แย่มาก ไม่มีเงินใช้หนี้แล้ว ขอประนอมหนี้ได้ไหม..."

ของแบบนี้เรามอบตัวก่อน ความน่าเห็นใจจากเจ้าหนี้จะสูงกว่า

เหมือนที่ว่า "บอกก่อนเรียกชี้แจง บอกทีหลังเรียกแก้ตัว"

 

แต่อย่าลืม !!!

ต้องพยามให้เหมือนตอนไปขอกู้

ทำงบการเงินล่วงหน้าไปแสดง

หาหลักฐานการขาดรายได้ให้มากที่สุด

อย่าติดต่อครั้งเดียว อย่าคุยกับพนักงานแค่คนเดียว

ไปสำนักงานใหญ่/สาขา ดีที่สุด

ครั้งแรกไม่ผ่าน ต้องพยายามจนกว่าจะได้

หรือหากไม่ได้จริง ๆ "ทางด่วนแก้หนี้" ช่วยได้แน่

เพิ่มเติม: ทางด่วนแก้หนี้

เพิ่มเติม: ขอพัก-ลดหนี้จากแบงก์ยังไงให้ผ่าน

 

หากคุณต้องการรวมหนี้ เพื่อแก้หนี้
สามารถยื่นสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการแก้หนี้ได้ที่นี่ >> สมัคร คลิก

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ