ไม่มีรายการ

"ทรัพย์สิน : หนี้สิน แยกไม่ออก = จน"

07 กุมภาพันธ์ 2563


 ฮั่นแน่ !!! ชื่อเรื่องดูเหมือนเครียดล่ะซี้ แต่ไม่หรอก...

วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่อยากเล่าให้อ่านเกี่ยวกับความเชื่อ...

ไม่ใช่ผีหรือสิ่งลี้ลับหรอก เพราะหัวเรื่องก็บอกชัดเจนอยู่แล้วเนอะ

ก่อนเล่าคุณลองตอบคำถามตัวเองหน่อยดิ

คุณว่า "ทรัพย์สิน" ของคุณมีอะไรบ้าง

และคุณว่า "หนี้สิน" ของคุณมีอะไรบ้าง

ให้เวลา 10 นาที .................................
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

คิดออกยัง ?

เดาว่า "ทรัพย์สิน" ของหลายท่านต้องเป็น
"บ้าน-คอนโด"
"ยานพาหนะทุกชนิด"
"เครื่องประดับ (เพชร-ทอง-นาฬิกา)"
"มือถือ-แท็บเล็ต"
"เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน"
"เครื่องดนตรี"
และอีกมากมายที่ดูมีคุณค่าและราคา

ส่วน "หนี้สิน" ก็น่าจะเป็น...
"หนี้ผ่อนบ้าน-คอนโด"
"หนี้ผ่อนรถยนต์-มอเตอร์ไซด์-จักรยาน"
"หนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล"
"หนี้ยืมเงินเพื่อนหรือใครก็ตามที่ให้ท่านเอามาหมุนใช้ก่อน"

ถ้าเป็นแบบข้างต้น คุณกำลังมีความเชื่อผิด ๆ อยู่นะจ๊ะ
ผมเองก็เพิ่งรู้มาไม่นานนี้เหมือนกัน ฮ่า ๆ

ข้อเท็จจริงคือ "ทรัพย์สิน" = สิ่งที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยต้องไม่มีรายจ่าย
ส่วน "หนี้สิน" = สิ่งที่ทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้นการที่เรา ผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ, ผ่อนมือถือ และอีกสารพัดผ่อน
มันคือหนี้สินทั้งหมด !!!
ไม่ต้องเถียงว่า "ได้อยู่" - "ได้ใช้" สิ่งเหล่านั้น
นั่นมันคนละเรื่องกัน
ไม่ได้ดุนะ...อย่าตกใจ ^^

เพราะสิ่งที่เราต้องผ่อนส่งในทุก ๆ เดือนมันคือรายจ่าย
อะไรก็ตามที่มีรายจ่ายเขาไม่เรียก "ทรัพย์สิน"
ใช่แหล่ะวันหนึ่งมันคงจะใช่เมื่อผ่อนหมด
แต่ไม่ใช่วันนี้ย่ะ ...
เหมือนหนังฝรั่งชอบพูด "Not Today."

ความน่ากลัวของรายจ่ายจาก "หนี้สิน" คือมันคงที่
แล้วแต่ว่าท่านเป็นหนี้อะไร ถ้า บ้าน-รถ ก็ยาวไปจ้า

และมันคนละเรื่องกับรายจ่าย ค่าข้าว ค่าน้ำไฟ ค่าโทรศัพท์
เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถประหยัดได้ ลดได้ ไม่ใช้ก็ได้

แต่รายจ่ายจาก "หนี้สิน" ยังไงก็ต้องจ่าย
ที่โหดร้ายคือมันมี "ดอกเบี้ย" เพราะเราไปกู้เขามา

คิดดูนะหากวันหนึ่งรายได้ประจำเกิดมีปัญหาขึ้นมา
เราอดข้าวได้นะ แต่เราไม่จ่ายหนี้ไม่ได้ ผลเสียตามมาเป็นโขยงเลย

ผมเองนี่แหล่ะที่เชื่อผิด ๆ แบบนี้มาเป็น 10 ปี
ลองไปอ่านเรื่อง "คำสารภาพจากคนแบกหนี้" 

มีช่วงหนึ่งเป็นราชาเงินผ่อน ผ่อนแม่มทุกอย่าง
ผ่อนจนลืมไปว่า "เห้ย ไอ่เสือ รายจ่ายต่อเดือนเกินรายได้ไปไกลแล้ว"

พอรู้ตัวว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง การเงินพังพินาศ ติดเครดิตบูโร
บางช่วงกินมาม่าติดต่อกันถี่ ๆ จนเกือบจะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ละ ฮ่า ๆ

หายนะครับท่าน ถ้าแยกไม่ออก
สุดท้ายต้องขาย "หนี้สิน" ที่เชื่อว่ามันเป็น "ทรัพย์สิน"

ขายแบบขาดทุนด้วย เพราะร้อนเงิน
เพื่อเอาเงินไปผ่อนบ้าน-รถ เพราะจำเป็นสุด ไม่งั้นโดนยึดแน่

นี่แหล่ะที่อยากเล่า...
เพราะผมว่าสำคัญนะ เรื่องความเชื่อเนี่ยะ
ต้องแยกให้ออก อย่าสร้างภาระเกินตัว
ไม่พร้อมอย่าซื้อ ไม่มีก็ไม่ตายหรอก
บ้านเช่าเอาก็ได้ รถสาธารณะก็มี เออมันคงไม่สะดวกสบาย
แต่อย่าแลกกับการหมดอิสระภาพการเงินเลย
โคตรทรมาน .....

แต่ไม่ใช่ว่า "หนี้สิน" จะไม่ดีเสมอไปนะ
คือถ้ากู้ซื้อมาแล้วต่อยอดสร้างรายได้ อันนี้ดี
เช่นผ่อนซื้อบ้านมาเปิดร้านขายโน่นนี่นั่น
ผ่อนซื้อรถมาขับส่งของ-ส่งคน
ผ่อนซื้อเครื่องดนตรีไปรับจ้างทำการแสดง
ผ่อนซื้อมือถือ-แท็บเล็ตมาช่วยขายของออนไลน์

ลองทบทวนกันดูใหม่นะจ๊ะ
"ทรัพย์สิน : หนี้สิน แยกไม่ออก = จน"
เชื่อหมอเถอะ หมอโดนมาแล้วเต็ม ๆ

ไปละ...ไว้หาเรื่องมาเล่าอีก
รักษาสุขภาพกันด้วยเด้อทั้งฝุ่น-ทั้งไวรัส
บ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด
.
.
.
.
เอ้อลืมบอก...ถ้าอยากรู้ว่าคนเราสามารถก่อหนี้ได้แค่ไหน
ลองไปอ่านอันนี้สิ...“เป็นหนี้เท่าไหร่ไม่เกินตัว” 

ไปจริงละ ฮ่า ๆ สวัสดีค้าบบบบบบบบ ^^

ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่
iOS
Android

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ