ไม่มีรายการ

5 บทเรียนเรื่องการเงิน จากพิษ COVID-19

24 มีนาคม 2563


ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนคนนึงที่ทำงานในสายการบินแห่งหนึ่ง….

ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆคน คิดว่าการที่ได้เข้าไปทำงานในสายนี้ ได้ค่าตอบแทนสูงและแน่นอนว่าดูมั่นคง แต่มันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไป

จากการพูดคุยถึงผลกระทบจาก Covid-19 ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าคนที่ทำงานในสนามบิน สายการบินต่างๆ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากการลดลงของนักเที่ยวที่เรียกได้ว่าวูบหายไปเลย รอบการบินก็เลยลดลงไปโดยปริยาย

ซึ่งรายได้ของหลายคน อิงตามรอบบิน ความถี่ของเที่ยวบิน เมื่อทุกอย่างลดลงรายได้ก็ลดลงไปด้วย แล้วใครจะคาดคิดว่าอยู่ดีๆวันนึงรายได้เราจะหายไปเกินครึ่ง

เมื่อปัจจุบันปัจจัยหลายๆอย่างที่เราคาดไม่ถึง มักเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งบางครั้งมันอาจจะใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิดไว้ สิ่งที่เราสามารถทำได้ คือ เตรียมตัว เตรียมพร้อม ป้องกัน จากตัวเราก่อน

ผมเลยอยากมาแชร์สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในมุม การเงิน จาก Covid-19 ที่ต้องยอมรับว่าเป็นปัจจัยที่เราควบคุมเองไม่ได้ และยังตอบไม่ได้ว่าเราจะต้องอยู่กับสถานการณ์นี้ไปอีกนานเท่าไหร่

1.รายได้ที่ว่าแน่

รายได้คงเป็นสิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อพูดถึงการเงินของเรา
เพราะรายได้เป็นที่มาของกระแสเงินสดหลักที่เราใช้ในการดำเนินชีวิต
ทีนี้ เมื่อรายได้ลดลงมันจึงกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา

สำหรับคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนได้รับเงินเดือนที่แน่นอน อาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบที่เห็นได้ชัด
แต่หากมองในภาพใหญ่ เศรษฐกิจที่เริ่มแย่ลง หลายบริษัทได้รับผลกระทบ และเราเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันลดลง

มันส่งสัญญาณบางอย่างที่อาจจะกระทบต่อรายได้ของเราในอนาคต ไม่ว่าคุณจะทำงานเกี่ยวข้องกับอะไรก็ตาม

เศรษฐกิจที่เริ่มแย่ลง

แต่ประเด็นสำคัญ คือเราไม่มีทางรู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ คือ เตรียมพร้อม

รายได้เพียงช่องทางเดียวอาจจะไม่สามารถทำให้เราอยู่ได้อย่างสบายและมั่นคง อีกต่อไป

ทางเลือกการเพิ่มรายได้ : ฮาวทู "หาเงิน" แบบจับเสือมือเปล่า ฉบับพนักงานออฟฟิศ

 

2.รายจ่ายที่ว่าไหว

การควบคุมรายจ่ายน่าจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด หากคุณต้องการเตรียมพร้อมจัดการการเงิน
ในสถานการณ์แบบนี้ผมว่ามันมีโอกาสเล็กๆ ที่ทำให้คุณตระหนักถึงรายจ่ายในปัจจุบันของคุณ
ว่ามันจำเป็นหรือเป็นเพียงความต้องการ เพราะหากมันเป็นความต้องการซะส่วนใหญ่

ถึงเวลาที่คุณต้องมาคิดดูแล้วว่าคุณจะเอายังไง? ตัดอะไรได้บ้าง?

เมื่อเกิดเหตุที่กระทบรายได้ของคุณ รายจ่ายที่ว่าไหว คุณอาจจะเอาไม่อยู่

ซึ่งวิธีที่จะทำให้คุณเห็นนิสัยการเงิน รายจ่ายต่างๆของคุณเอง ง่ายๆผ่านการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

ทำความรู้จักบัญชีรายรับ - รายจ่าย : ทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย รวยได้...จริงเหรอ?

 

3.หนี้ที่ไม่จำเป็น

เมื่อเราเช็ครายได้ รายจ่ายแล้ว สิ่งที่สำคัญถัดมา ที่เราจัดการได้ คือ “หนี้”

อย่างที่เรารู้กัน หนี้ไม่ใช่ไม่ดีเสมอไป มีหนี้ที่ดี หนี้ไม่ดี หนี้เพื่อการลงทุน หนี้ที่ตอบสนองความอยากของตัวเอง

ซึ่งจากข้อก่อนหน้า ที่เราจัดการ ควบคุมรายจ่ายกันไป เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราไม่สามารถลดหรือจัดการรายจ่ายได้แล้ว

หนี้ จึงถือเป็นสิ่งต่อไปที่เราควรมานั่งตรวจสอบดูสิว่า หนี้ที่เรามีตอนเนี่ย มันมีอะไรบ้าง ดอกเบี้ยเท่าไหร่

ผ่อนรถ ดอกเบี้ย 3%, ผ่อนคอนโด 2.5%, ผ่อนมือถือ 0%, ผ่อนนาฬิกา กู้สินเชื่อมาขายของ…….

เพราะการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือน มันกระทบกระแสเงินสดของเรา ในแต่ละเดือน หากหนี้ก้อนนั้นเริ่มหนัก

ยืดระยะเวลาการจ่ายออกไปได้ไหม? รีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยถูกลงได้รึเปล่า?

หรือแม้แต่ขาย !!! ถ้าจริงๆ แล้วมันไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเราจริงๆ

เพื่อให้เราได้มีกระแสเงินสด มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นและไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อ

ทางเลือกสำหรับคนมีหนี้ !!!

เป็นหนี้ต้องใช้ ถ้าไม่ไหวต้องอ่าน!

** ซื้อบ้านอย่างฉลาด ได้เงินคืนเป็นล้าน

4.เงินสดต้องมี

ผมเชื่อว่าการเก็บเงินสดหรือการออม หลายๆคนละเลยครับ ยิ่งคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเชื่อว่ายังไงเงินเดือนก็เข้าทุกๆเดือน หรือแม้แต่คนที่มีรายได้สูงอย่าง Sale, Freelance ที่คุณหาเงินเพิ่มได้ตลอด ตามความสามารถและความขยันของคุณ

แต่จากสถานการณ์ที่เจอกันตอนนี้ คุณน่าจะเริ่มเห็นแล้วว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ ปัจจัยภายนอกบางอย่างเราไม่สามารถควบคุมได้

ดังนั้นการเก็บเงินสดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากและผมเชื่อว่าวินัยการเก็บเงินตรงนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเงิน คือ นิสัยการเก็บออม

มีเงินสดเท่าไหร่ถึงอุ่นใจ -> 3-6 เดือน (ของรายจ่ายในแต่ละเดือน)

“สภาวะปัจจุบัน อาจจะจำเป็นต้องมีถึง 1 ปี”

**แบ่ง 6 เดือนหลัง ไปลงทุนที่มีสภาพคล่อง ความเสี่ยงต่ำ**
-----
ก่อนมีเงินสด เงินหมดทุกที !!! ทำยังไงดี?

3 วิธีออมเงินแบบขำๆ แต่ล่ำซำตอนปลาย

** 7 วิธีเก็บออมเงินง่ายๆ สไตล์สาวมินิมอล

 

5.ชีวิตคิดว่าไม่มีความเสี่ยง

คนที่ไม่มีภาระต่างๆหรือมีคนที่ต้องดูแล การป้องกันความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องค่อนข้างไกลตัว
ยิ่งเป็นวัยรุ่นแล้วละก็ น้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญเรื่องนี้ แต่ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าความเสี่ยงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิด

เราจำเป็นต้องลบความคิดที่ว่าการป้องกันความเสี่ยงจากการทำประกันเป็นคนของคนอายุมากเท่านั้น

ซึ่งรู้ไหมว่า จริงๆแล้วยิ่งเราสนใจเรื่องนี้ตั้งแต่อายุน้อย นอกจากจะมีเวลามากพอที่จะศึกษาเงื่อนไขที่มีเยอะไปหมด จากค่ายต่างๆแล้ว ค่าเบี้ยประกันและการคุ้มครองคุ้มค่ากว่าทำตอนอายุมากอีก ฉะนั้นรู้ไว้ใช่ว่า !!!

ป้องกันความเสี่ยง แถมช่วยภาษี : ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่..แบบไหนใช้ได้บ้าง

นี่ก็เป็น 5 ข้อที่ผมอยากมาแชร์ ซึ่งจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เราเจอกันตอนนี้ ก็มีโอกาสเล็กๆที่จะพอทำให้คุณเห็น ความสำคัญของการวางแผนการเงินกันขึ้นมาบ้าง เพราะจริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลย มันไม่ใช่แค่คุณวางแผนจัดการเพื่อเกษียณเท่านั้น แต่มันเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อคุณสำหรับตอนนี้เวลานี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครได้รับผลกระทบมากน้อยเท่าไหร่ แต่ผมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ครับ เชื่อว่าคุณจะมีแผนที่ดีของคุณ แล้วเราจะผ่านเรื่องราวต่างๆไปด้วยดี

อยากพูดคุย แชร์ ปรึกษา สามารถพูดคุยกันได้ที่ Facebook Page Lumpsum ครับ ^^

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ